การจัดการเรียนรู้ "แบบออนไลน์" คือปัจจัยความสำเร็จ

และทางรอดในการจัดการเรียนรู้ "แบบ กศน." ในยุคไทยแลนด์ 4.0

     ดร.กษมา โรจนนิล ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดปทุมธานี จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ผู้เข้าร่วมโครงการได้แก่ รองผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. ศึกษานิเทศก์ ข้าราชการครู ตัวแทน ครูอาสาฯ กศน.ตำบล ครู ศรช.และบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2560  ณ ภูรินันท์ รีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ดร.กล้า สมตระกูล  ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงวัฒนธรรม อดีตรองอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และอธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการ สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่อง ปัจจัยความสำเร็จและทางรอดในการจัดการเรียนรู้ "แบบ กศน." ในยุคไทยแลนด์ 4.0

     ดร.กษมา โรจนนิล ได้ให้แนวทางในการดำเนินงานของ สำนักงาน กศน.จังหวัดปทุมธานี คือการเน้นความถูกต้องและความรวดเร็วในการให้บริการทางการศึกษา โดยให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งเน้นย้ำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดมีการพัฒนาตนเองด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่เสมอ รวมถึงการให้แนวทางในการดำเนินทางการศึกษาของระดับผู้ปฏิบัติงาน ครู กศน.ตำบล เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นไปตามยุทธศาสตร์และจุดเน้นของสำนักงาน กศน. ครูผู้สอนทุกคนมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ 

     การดำเนินงานด้านสื่อและเทคโนโลยีของสำนักงาน กศน.จังหวัดปทุมธานี ในปีงบประมาณที่ผ่านมามีการสร้างครู กศน.ต้นแบบที่มีความชำนาญด้าน IT หลายรุ่น มีการผลิตสื่อการสอน สื่อสอนเสริมที่มีความหลากหลาย สิ่งสำคัญคือการพัฒนาระบบการบริหารจัดการในสถานศึกษาให้คล่องตัวยิ่งขึ้น การลดภาระงานเอกสารของ ครู กศน.ตำบล รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานการประเมินพนักงานราชการ ครู กศน.ตำบล ให้เหมาะสมเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการสร้างสื่อนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์

        ดร.กล้า สมตระกูล กล่าวว่า การวิภากษ์การจัดการเรียนรู้ "แบบ กศน." ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะนำข้อจำกัดหรือข้อปรับปรุงไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ของ กศน.ในอนาคต และเห็นว่าควรจะมีการเปิดเวทีวิภากษ์ปัญหาการจัดการเรียนรู้ในทุกจังหวัด โดยให้จัดในช่วงต้นปีงบประมาณ เพื่อหาแนวทางในจุดเด่น-จุดด้อย และนำเสนอแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขวิธีการจัดการเรียนรู้ไปยังท่านเลขาธิการ สำนักงาน กศน.ต่อไป 

       ดร.กล้า สมตระกูล กล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันการจัดการเรียนรู้แบบ กศน.ในประเทศไทยเป็นต้นแบบที่ดีในการจัดการศึกษาของประเทศอื่นทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่นำเอาวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ กศน.ดังกล่าวไปใช้ในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอดีต กศน.มีการปรับปรุงทั้งในด้านหลักสูตร วิธีการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาครูผู้สอนและเพิ่มช่องทางในการเรียนรู้ของผู้เรียนมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 ที่คณะปฏิวัติประกาศ "ต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร" เรื่อยมาจนถึง พ.ศ.2483 มีการจัดตั้งกองการศึกษาผู้ใหญ่ ที่เน้นให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้จนถึงปัจจุบัน

       ตลอดระยะเวลา 77 ปีของการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาในประเทศไทยพบว่าในปัจจุบันยังมีผู้ไม่รู้หนังสือเป็นจำนวนมาก รูปแบบการจัดศึกษาแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศไทยจึงจำเป็นต้องหาแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสังคมในยุคปัจจุบันและหากประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่และเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้แบบ กศน.ทั่วโลก

       แนวทางในการจัดการเรียนรู้ของ กศน.ในยุค "ไทยแลนด์ 4.0" จำเป็นต้องบูรณาการทักษะและวิธีการจัดการเรียนรู้ให้มีความหลากหลาย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ปัจจุบันประชากรวัยแรงงานยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิต อันเป็นผลมาจากวิถีการดำเนินชีวิต สภาพสังคมและชุมชนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย การนำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์จึงเหมาะสมและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาในปัจจุบันตลอดจนภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาควรมีบทบาทมากขึ้น สำนักงาน กศน.ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาในสังกัด ต้องชัดเจนในการกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมายและแผนพัฒนาที่มุ่งเน้นการมีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ "ที่เป็นหนึ่งเดียว บนความหลากหลาย" โดยยึดหลักการจัดการเรียนรู้ "คิดเป็น" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการทำงานขององค์กรอย่างเหมาะสมกับบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด 

        นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการ สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก ให้ข้อแนะนำแนวทางในการดำเนินงานของสถานศึกษาว่าควรหาจุดเด่นมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยนำสื่อนวัตกรรมไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และความต้องการของประชาชนผู้รับบริการทางการศึกษาอย่างแท้จริง ตลอดจนการนำจรรยาบรรณวิชาชีพครูมาปรับใช้ในการบริหารงานในรูปแบบการเสริมแรง โดยเน้นการสอนให้คนคิด วิเคราะห์โดยรอบด้าน มีการจัดหาหลักสูตรเสริม การใช้สื่อเทคโนโลยีช่วยสอน การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมีการนำนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์มาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีการจัดทำโครงงานในภาพรวมของ สำนักงาน กศน.จังหวัด

        ให้สถานศึกษาบรรจุคุณธรรม จริยธรรมและจิตสำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไว้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน โดยใช้จุดแข็งในศตวรรษที่ 21 เป็นตัวตั้ง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษาและการดำเนินงานตามภารกิจของ กศน. ในด้านรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ กศน. เห็นว่าควรมีการพัฒนาครูผู้สอนให้เป็นนักจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย มีวิธีการและสื่อการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย การจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์เป็นรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจและเหมาะสมกับสภาพสังคมในยุคปัจจุบัน โดยให้แนวคิดกับผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ว่า "การทำงานต้องไม่หยุดนิ่ง ควรใช้เทคนิคการเสริมแรงในการขับเคลื่อนระบบการจัดการศึกษา และต้องเป็นผู้รอบรู้ในภารกิจ นโยบายให้รอบด้าน ไม่ตกยุค"

 

 

        นายอาคม จันตะนี ครู กศน.ตำบลบางโพธิ์เหนือ สังกัด กศน.อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้นำเสนอแนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ไว้ว่า ในสังคมปัจจุบันประชากรกลุ่มผู้พลาด-ผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษามีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากการเติบโตของสังคมในปัจจุบันส่งผลกระทบให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเรียนรู้ทั้งในด้านเวลา การเดินทาง สภาพทางชุมชนและสังคม  จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการทางการศึกษาของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ของครูผู้สอน ผู้เรียน องค์กรรวมถึงภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับการเปลี่ยนแปลงในสังคม "ยุคไทยแลนด์ 4.0" การจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์สามารถเข้าถึงผู้เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกกลุ่มเป้าหมาย การออกแบบสื่อและวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนจำเป็นต้องมีการวางแผนการพัฒนาอย่างรอบคอบเป็นระบบและที่สำคัญคือต้องได้รับการสนับสนุนด้านบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ ฯลฯ จากสถานศึกษาต้นสังกัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

        รูปแบบการจัดการเรีนรู้แบบออนไลน์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงานสำนักงาน กศน.ที่มุ่งเน้นให้ผู้รับบริการทางการศึกษาทุกกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ข้อดีของการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนรู้คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา มีสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา

        การประยุกต์ใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในระบบการศึกษาของสังคมไทย สถานศึกษาหลายแห่งมีการปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา บุคลากรทางศึกษาจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินงานการพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการทางการศึกษา ในขั้นเริ่มต้นทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ จะต้องบูรณาการวิธีการจัดการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เช่น การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม ทางไกล การเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯลฯ เป็นต้น สิ่งสำคัญคือ ครูผู้สอนต้องพัฒนาตนเอง รวมถึงทักษะวิธีการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

 

Facebook Twitter LinkedIn Google+ Email 

 

เรียบเรียงโดย : อาคม  จันตะนี (ครู กศน.ตำบล)